"สีซอให้ควายฟัง" สำนวนไทยที่สอนเรื่องการสื่อสารและผู้รับสาร
สวัสดีครับนักเรียนทุกท่าน วันนี้ผมจะนำเสนอหนึ่งในสำนวนไทยที่มีความหมายลึกซึ้งและใช้กันอย่างแพร่หลาย นั่นคือ "สีซอให้ควายฟัง" ซึ่งเป็นสำนวนที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการสื่อสารที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจสำนวนนี้จะช่วยให้เราสามารถเลือกวิธีการสื่อสารและเลือกผู้รับสารได้อย่างเหมาะสม
สำนวนไทยเป็นมรดกทางภาษาที่มีค่าอย่างยิ่ง ซึ่งบรรพบุรุษของเราได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการสอนและถ่ายทอดภูมิปัญญาต่าง ๆ ผมขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจและนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนและการใช้ชีวิต
ความหมายของสำนวน “สีซอให้ควายฟัง”
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายของสำนวนนี้ไว้ว่า การสั่งสอนแนะนำคนโง่เง่า ย่อมไร้ประโยชน์
คำว่า "สีซอ" หมายถึง การบรรเลงดนตรีที่ไพเราะน่าฟัง ส่วน "ควาย" ในที่นี้ใช้เป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบถึงบุคคลที่ขาดสติปัญญาหรือไม่สามารถทำความเข้าใจเรื่องที่ซับซ้อนได้ การนำเรื่องดี ๆ หรือความรู้ที่มีค่าไปบอกเล่าหรือสอนสั่งให้แก่ผู้ที่ไม่พร้อมจะรับฟังหรือไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ย่อมเป็นเรื่องที่เสียเวลาและเปล่าประโยชน์ เหมือนกับการเล่นดนตรีที่ไพเราะให้สัตว์ที่ไม่สามารถรับรู้ถึงความงามของเสียงดนตรีได้ฟังนั่นเอง

ตัวอย่างการใช้สำนวน “สีซอให้ควายฟัง”
เพื่อให้เข้าใจความหมายได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ผมขอเสนอตัวอย่างสถานการณ์ที่สามารถใช้สำนวนนี้ได้ดังนี้
การเรียน: ครูพยายามอธิบายโจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนให้กับนักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียน และไม่สนใจที่จะทำความเข้าใจเลย การอธิบายครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับสีซอให้ควายฟัง
การทำงาน: หัวหน้างานอธิบายกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ซับซ้อนให้พนักงานที่ไม่เคยแสดงความสนใจในการพัฒนาตนเอง และยังไม่เปิดใจรับฟัง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการสีซอให้ควายฟัง
การใช้ชีวิตประจำวัน: เพื่อนพยายามอธิบายเหตุผลดี ๆ เพื่อเตือนให้เลิกทำพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่เพื่อนอีกคนกลับไม่รับฟังและไม่นำไปคิดตาม การพยายามพูดคุยครั้งนี้ก็เหมือนกับเป็นการสีซอให้ควายฟัง
ข้อคิดที่ได้จากสำนวน “สีซอให้ควายฟัง”
สำนวนนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการดูถูกผู้ใด แต่สอนให้เราเรียนรู้ที่จะประเมินสถานการณ์และผู้ที่เราสื่อสารด้วยก่อนลงมือทำสิ่งใด ๆ ข้อคิดที่สำคัญที่เราได้รับคือ
การเลือกผู้รับสาร: ควรพิจารณาว่าผู้ที่เราจะสื่อสารด้วยนั้นมีความพร้อมที่จะรับฟังและทำความเข้าใจหรือไม่
การปรับวิธีการสื่อสาร: หากผู้รับสารยังไม่พร้อม ควรหาวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การใช้ตัวอย่างที่ง่ายขึ้น การใช้รูปภาพ หรือการรอเวลาที่เหมาะสม
การรู้จักปล่อยวาง: หากพยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่ไม่เป็นผล ควรเรียนรู้ที่จะหยุดและไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
ดังนั้น ก่อนที่เราจะเริ่มพูดหรือสอนใคร ควรพิจารณาให้รอบคอบว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำนั้น จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี หรือจะเป็นเพียงการสีซอให้ควายฟังเท่านั้นเอง