คําพังเพย พร้อมความหมาย
คําพังเพย พร้อมความหมาย

คําพังเพย พร้อมความหมาย

เราต่างก็สับสนมาตลอดว่า คำพังเพย กับ สำนวน กับ สุภาษิต นั้นต่างกันยังไง วันนี้เราไปเจาะลึกกันว่าแท้จริงแล้วคำพังเพยนั้นคืออะไร ดูยังไงถึงจะรู้ว่าเป็นคำพังเพย

 

คำพังเพย คืออะไร?

คำพังเพย คือ คำพูดที่พูดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะสอนอะไร แต่เป็นการพูดเชิงเปรียบเทียบว่าสถานการณ์นั้นเป็นอย่างไรมากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่คำพังเพยล้วนแล้วมักจะแฝงแง่คิดที่สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเราได้

โดยคำพังเพยจะเป็นถ้อยคำที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าสำนวนไทย พร้อมทั้งมีลักษณะติชม หรือแสดงความเห็นอยู่ในตัว แต่ไม่ถึงกับเป็นคำสอนหรือคำสั่งสอนให้ข้อคิดเหมือนสุภาษิต

คำพังเพย เป็นการเปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นข้อคิดแค่นั้น

 

คำพังเพย มาจากไหน?

คำว่า พังเพย มาจากภาษาจีน จีนกลางออกเสียงว่า ผัง-ผี้ แต้จิ๋วออกเสียงว่า ผั่ง-โพย แปลว่า หมายเหตุหรือคำวิจารณ์ที่เขียนอธิบายไว้ข้าง ๆ ข้อความหลัก

รวมคำพังเพย 108 คำยอดฮิต

  1. กงเกวียนกำเกวียน
    หมายถึง เวรสนองเวร, กรรมสนองกรรม, เช่นทำแกเขาอย่างไร ตนหรือลูกหลานก็อาจจะถูกทำในทำนองเดียวกันอย่างนั้นบ้างเป็นกงกำกงเกวียน
  2. กรวดน้ำคว่ำขัน
    หมายถึง ตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย
  3. กระดี่ได้น้ำ
    หมายถึง ใช้เปรียบเทียบคนที่แสดงอาการดีอกดีใจจนตัวสั่นเช่นเขาดีใจเหมือนกระดี่ได้น้ำ
  4. กระต่ายขาเดียว
    หมายถึง ยืนกรานไม่ยอมรับ
  5. กระต่ายตื่นตูม
    หมายถึง ใช้เปรียบเทียบคนที่แสดงอาการตื่นตกใจง่ายโดยไม่ทันสำรวจให้ถ่องแท้ก่อน
  6. กระต่ายสามขา
    หมายถึง ยืนกรานไม่ยอมรับ
  7. กระต่ายหมายจันทร์
    หมายถึง ผู้ชายหมายปองผู้หญิงที่มีฐานะดีกว่า
  8. กาคาบพริก
    หมายถึง ลักษณะคนผิวดำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแดง
  9. ขนมจีนผสมน้ำยา
    หมายถึง พอดีกัน จะว่าข้างไหนดีกว่ากันไม่ได้
  10. ขวานผ่าซาก
    หมายถึง โผงผางไม่เกรงใจใคร(ใช้แค่กริยาพูด)
  11. ขว้างงูไม่พ้นคอ
    หมายถึง ทำอะไรแล้วผลร้ายกลับมาสู่ตัว
  12. ขิงก็ราข่าก็แรง
    หมายถึง ต่างก็จัดจ้านพอๆกัน,ต่างก็มีอารมณ์ร้อนพอๆกัน,ต่างไม่ยอมลดละกัน
  13. ขุนไม่ขึ้น
    หมายถึง เลี้ยงไม่เชื่องมีแต่เนรคุณ
  14. ขุนไม่เชื่อง
    หมายถึง เลี้ยงไม่เชื่องมีแต่เนรคุณ
  15. ข่มเขาโคขืน
    หมายถึง บังคับขืนใจผู้อื่นให้ทำตามที่ตนต้องการเช่นจะจัดแจงแต่งตามอารมณ์ให้กินหญ้าเราเหมือนข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า
  16. ข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้า
    หมายถึง บังคับขืนใจผู้อื่นให้ทำตามที่ตนต้องการ
  17. ข้างนอกขรุขระข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง
    หมายถึง สิ่งที่ดูภายนอกแล้วดูไม่สวยงามหรือดูไม่ดี แต่แท้จริงแล้วภายในนั้นมีความสวยงามหรือความดีซ่อนอยู่ภายใน
  18. ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง
    หมายถึง สิ่งที่ดูภายนอกแล้วดูสวยงามดูดี แต่แท้จริงแล้วภายในนั้นแย่
  19. คดในข้องอในกระดูก
    หมายถึง มีสันดานคดโกง
  20. คนตายขายคนเป็น
    หมายถึง การจัดงานศพให้แก่ผู้ตายอย่างใหญ่โตทั้งที่ผู้อยู่ข้างหลังยากจนไม่มีเงิน หรือต้องไปกู้เงินมาจนเป็นหนี้สิน
  21. คนล้มอย่าข้าม
    หมายถึง คนที่เคยมีอำนาจวาสนา แล้วหมดอำนาจ อย่าไปซ้ำเติมเขา เพราะเขาอาจกลับมามีอำนาจอีกได้
  22. คบคนให้ดูหน้าซื้อผ้าให้ดูเนื้อ
    หมายถึง จะคบกับใครพิจารณาให้ดีเสียก่อน เช่นเดียวกับการเลือกซื้อผ้า
  23. คว่ำบาตร
    หมายถึง ไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย,เดิมหมายถึงสังฆกรรมที่พระสงฆ์ประกาศลงโทษคฤหัสถ์ผู้ประทุษร้ายต่อศาสนาด้วยการไม่คบไม่รับบิณฑบาตเป็นต้น
  24. คางคกขึ้นวอ
    หมายถึง คนที่มีฐานะต่ำต้อยพอได้ดิบได้ดีก็มักแสดงกิริยาอวดดีลืมตัว
  25. จับปลาสองมือ
    หมายถึง หมายจะเอาให้ได้ทั้ง2อย่าง,เสี่ยงทำการพร้อมๆกันซึ่งอาจไม่สำเร็จทั้ง2อย่าง
  26. จุดไต้ตำตอ
    หมายถึง พูดหรือทําสิ่งใดสิ่งหนึ่งบังเอิญไปโดนเอาเจ้าตัวหรือผู้ที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้นเข้าโดยผู้พูดหรือผู้ทําไม่รู้ตัว
  27. ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน
    หมายถึง นำศัตรูเข้าบ้าน
  28. ช้า ๆ ได้พร้าสองเล่มงาม
    หมายถึง ค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ทําแล้วจะสําเร็จผล
  29. ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม
    หมายถึง ค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ทําแล้วจะสําเร็จผล
  30. ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด
    หมายถึง คนที่ทำความผิดอย่างร้ายแรงย่อมไม่สามารถปกปิดความผิดของตนได้หรือพยายามหาหลักฐานมากลบเกลื่อนแต่ไม่สามารถปกปิดความผิดนั้นได้
  31. ตาดีได้ตาร้ายเสีย
    หมายถึง ถ้าโชคดี ตานั้นก็ได้ ถ้าโชคร้าย ตานั้นก็เสีย
  32. ตีงูให้กากิน
    หมายถึง ลงทุนลงแรงทำสิ่งที่ไม่เป็นคุณแก่ตนมีแต่จะเป็นโทษแล้วยังกลับไปเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นอีกเช่นตีงูให้ตายแต่ไม่ได้นำงูมาเป็นอาหารกลับโยนงูให้กากิน
  33. ตื่นก่อนนอนทีหลัง
    หมายถึง เป็นสำนวน สุภาษิตสอนหญิง ให้มีค่านิยม ตื่นนอนก่อนสามี แต่เข้านอนทีหลังสามี เพื่อใช้เวลาทำงานบ้านงานเรือน ปรนนิบัติสามี
  34. ตื่นก่อนนอนหลัง
    หมายถึง เป็นสำนวน สุภาษิตสอนหญิง ให้มีค่านิยม ตื่นนอนก่อนสามี แต่เข้านอนทีหลังสามี เพื่อใช้เวลาทำงานบ้านงานเรือน ปรนนิบัติสามี
  35. ถอดเขี้ยวถอดเล็บ
    หมายถึง ละพยศ,ละความดุหรือร้ายกาจ,เลิกแสดงฤทธิ์แสดงอำนาจอีกต่อไป
  36. ทำคุณบูชาโทษ
    หมายถึง ทำคุณแต่กลับเป็นโทษ, ทำดีแต่ได้ผลร้าย, มักพูดคู่กับ โปรดสัตว์ได้บาป เป็น ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป
  37. ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
    หมายถึง คนเราทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น
  38. ทำนาบนหลังคน
    หมายถึง หาผลประโยชน์ใส่ตนโดยขูดรีดผู้อื่น
  39. ท่าดีทีเหลว
    หมายถึง มีท่าทางดีแต่ทำอะไรไม่ได้เรื่อง
  40. ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
    หมายถึง ประพฤติอย่างไร ธรรมะจึงจะตามรักษาผู้นั้นได้
  41. นกกระจอกเลี้ยงไม่เชื่อง
    หมายถึง ผู้ที่ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูแล้วมักทรยศ
  42. นกต่อ
    หมายถึง คนที่ทำหน้าที่ติดต่อหรือชักจูงหลอกล่อคนอื่นให้หลงเชื่อ(ใช้ในทางไม่ดี)
  43. นกน้อยทำรังแต่พอตัว
    หมายถึง เป็นผู้น้อยทำอะไรต้องดูให้พอสมควรกับฐานะของตนเช่นมีเงินไม่มากนักก็สร้างบ้านพอประมาณมิใช่สร้างใหญ่โตเพิ่มภาระหนี้สินให้ครอบครัว
  44. น้ำลดตอผุด
    หมายถึง เมื่อหมดอำนาจความชั่วที่ทำไว้ก็ปรากฏ
  45. ปลาหมอแถกเหงือก
    หมายถึง กระเสือกกระสนดิ้นรน
  46. ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
    หมายถึง คนที่มีอำนาจราชศักดิ์หรือเป็นใหญ่เป็นโตก็ย่อมข่มคนที่เป็นผู้น้อยหรือผู้น้อยเหมือนกับคนที่มีกำลังมากย่อมมีภาษีเหนือกว่าคนอ่อนแอ
  47. ปากเป็นเอกเลขเป็นโท
    หมายถึง การพูดจาสำคัญกว่าวิชาหนังสือ
  48. ปิดทองหลังพระ
    หมายถึง ทำความดีแต่ไม่ได้รับการยกย่องเพราะไม่มีใครเห็นคุณค่า
  49. ผู้ดีเดินตรอกขี้ครอกเดินถนน
    หมายถึง คนดีคอยปิดบังไม่แสดงตัวแต่คนชั่วกลับแสดงออกอย่างเปิดเผย
  50. ฝนทั่งให้เป็นเข็ม
    หมายถึง เพียรพยายามสุดความสามารถจนกว่าจะสำเร็จผล
  51. ฝนทั้งให้เป็นเข็ม
    หมายถึง
  52. ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด
    หมายถึง ฟังไม่ได้ความแจ่มชัดแล้วเอาไปพูดต่อหรือทำผิดๆพลาดๆ
  53. มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ
    หมายถึง ไม่ช่วยทำงานแล้วเกะกะขัดขวางทำให้งานเดินไปไม่สะดวกเหมือนกับคนที่นั่งไปในเรือไม่ช่วยทำงานแต่ยังไปเอาเท้าไปราน้ำให้เรือแล่นช้า
  54. มือไวใจเร็ว
    หมายถึง ด่วนตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ โดยไม่คิดให้รอบคอบ
  55. ม้าดีต้องมีพยศ
    หมายถึง คนเก่ง คนมีฝีมือ มักจะมีความรั้นบ้างในบางแง่มุม
  56. ม้าดีย่อมมีพยศ
    หมายถึง คนเก่ง คนมีฝีมือ มักจะมีความรั้นบ้างในบางแง่มุม
  57. ยกตนข่มท่าน
    หมายถึง ยกย่องตัวเองและข่มผู้อื่น,พูดทับถมผู้อื่นแสดงให้เห็นว่าตัวเหนือกว่า
  58. ยกหางตัวเอง
    หมายถึง ยกตนเองว่าดีว่าเก่ง
  59. ยกเมฆ
    หมายถึง เดาเอา,นึกคาดเอาเอง,กุเรื่องขึ้น
  60. ยืนกระต่ายขาเดียว
    หมายถึง การพูดยืนยันคำเดียวไม่แปรผันหรือเปลี่ยนแปลงไปเช่นเขาไม่ได้ลักเงินไปจริงๆถามเขาตั้งร้อยครั้งเขาก็ยืนยันว่าไม่ได้อาไปจริง
  61. รวมกันเราอยู่แยกกันเราตาย
    หมายถึง ร่วมกันทำงานย่อมประสบความสำเร็จได้ แต่ทางตรงกันข้าม ถ้าแยกกันทำไม่รวมใจกัน งานอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเอาได้
  62. รวมกันเราอยู่แยกหมู่เราตาย
    หมายถึง ร่วมกันทำงานย่อมประสบความสำเร็จได้ แต่ทางตรงกันข้าม ถ้าแยกกันทำไม่รวมใจกัน งานอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเอาได้
  63. รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา
    หมายถึง ใฝ่ดีจะมีความสุขความเจริญใฝ่ชั่วจะได้รับความลำบาก
  64. รักสนุกทุกข์ถนัด
    หมายถึง สนุกมาก ก็มักจะทุกข์มาก
  65. รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
    หมายถึง คือการสามารถเอาตัวรอดในจังหวะ สถาการณ์ที่ลำบากหรือเข้าขั้นวิกฤติได้ หรือหลบหลีกจากอันตรายมาได้อย่างปลอดภัยไม่ได้รับผลอันใดจากสิ่งต่างๆ ได้โดยไม่เป็นอะไรหรือได้รับผลกระทบมากมาย
  66. รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
    หมายถึง ความรู้จะสามารถช่วยให้เราสามารถรักษาตัวเองให้รอดได้และเป็นสิ่งมีค่าที่จะติดตัวเราไปทุกที่มากกว่าทรัพย์สินสิ่งของใดๆ
  67. ลูกรักอยู่หลังลูกชังอยู่หน้า
    หมายถึง รักลูกไม่เท่ากัน
  68. ลูกไก่ในกำมือ
    หมายถึง ผู้ที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจ ไม่มีทางหนีหรือทางต่อสู้
  69. ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
    หมายถึง ลูกย่อมไม่ต่างกับพ่อแม่มากนัก
  70. วัดรอยเท้า
    หมายถึง มุ่งจะโต้ตอบมุ่งแก้แค้นมุ่งอาฆาตเป็นสำนวนที่ใช้กับลูกที่คิดจะสู้ลูกหรือใช้กับผู้น้อยคิดจะหักล้างผู้ใหญ่ที่เคยบังคับบัญชาตนมาก็ได้
  71. วันพระไม่ได้มีหนเดียว
    หมายถึง วันหน้ายังมีโอกาสอีก(มักใช้พูดเป็นเชิงอาฆาต)
  72. วัวลืมตีน
    หมายถึง คนที่ได้ดีแล้วลืมฐานะเดิมของตน
  73. วัวหายล้อมคอก
    หมายถึง เกิดเรื่องเสียหายขึ้นแล้วจึงคิดหาหนทางป้องกันเหมือนมีสมบัติไม่เก็บรักษาให้ดีพอสมบัติหายไปแล้วจึงหาทางสร้างที่เก็บสมบัติ
  74. วัวแก่อยากกินหญ้าอ่อน
    หมายถึง ชายแก่ที่มีเมียสาวคราวลูกหลานมักใช้เป็นคำเปรียบเปรยเมื่อเห็นคนที่มีอายุมากไปจีบเด็กรุ่นลูกหลานหวังจะได้มาเป็นเมีย
  75. ศิษย์คิดล้างครู
    หมายถึง ศิษย์เนรคุณที่มุ่งคิดทำลายล้างครูบาอาจารย์
  76. สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ
    หมายถึง สอนคนที่มีสันดานไม่ดีอยู่แล้วให้มีความเฉลียวฉลาดมากยิ่งขึ้นแล้วก็ก่อให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นมาภายหลัง
  77. สำเนียงบอกภาษากิริยาส่อสกุล
    หมายถึง การแสดงออกทางการพูดหรือกิริยามารยาท ที่จะชี้ให้เห็นถึงพื้นฐานการในการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน
  78. สีซอให้ควายฟัง
    หมายถึง แนะนำ หรือสั่งสอนคนปัญญาทึบ มักไม่มีประโยชน์ เสียเวลาเปล่า
  79. หมากัดไม่เห่า
    หมายถึง คนที่ต่อสู้หรือตอบโต้โดยไม่เตือนล่วงหน้า
  80. หวานนอกขมใน
    หมายถึง พูดทำหรือแสดงให้เห็นว่าดีแต่ภายนอกแต่ในใจกลับตรงข้าม
  81. หอกข้างแคร่
    หมายถึง คนที่ใกล้ชิดที่อาจคิดร้ายขึ้นมาเมื่อไรก็ได้มักใช้แก่ลูกเลี้ยงที่ติดมากับพ่อหรือแม่,ศัตรูที่อยู่ข้างตัว
  82. อกเขาอกเรา
    หมายถึง การที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หากคิดที่จะทำอะไรสักอย่างกับผู้อื่น ให้นึกถึงความรู้สึกของเขา ถ้าเราเป็นเขาจะรู้สึกอย่างไร
  83. อมพระมาพูด
    หมายถึง ใช้ในการพูดโดยอ้างพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาประกอบเป็นพยานมักใช้ในความปฏิเสธเช่นต่อให้อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ
  84. อยากเป็นหนี้ให้เป็นนายหน้า
    หมายถึง หลีกเลี่ยงกระทำสัญญาหรือค้ำประกันให้คนอื่น เพราะอาจจะได้รับความเดือดร้อน
  85. อย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา
    หมายถึง อย่าหาความจากคนที่ไม่มีสติสมบูรณ์ เพราะไร้ซึ่งประโยชน์ในการเจรจา
  86. อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคนจะจนใจเอง
    หมายถึง ไม่ควรไว้ใจใครมากเกินไปเพราะเขาอาจจะทำให้เราเดือดร้อนในภายหลังได้
  87. เกลือเป็นหนอน
    หมายถึง ญาติมิตรสามาภรรยาบุตรธิดาเพื่อนร่วมงานหรือคนในบ้านคิดคดทรยศ
  88. เขียนด้วยมือลบด้วยตีน
    หมายถึง ยกย่องแล้วกลับทําลายในภายหลัง
  89. เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า
    หมายถึง ยกย่องแล้วกลับทําลายในภายหลัง
  90. เขียนเสือให้วัวกลัว
    หมายถึง ทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียขวัญหรือเกรงขาม
  91. เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม
    หมายถึง ประพฤติตัวเหมาะสมกับกาลเทศะ, ปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ คน และสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองอาศัยอยู่
  92. เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด
    หมายถึง ประพฤติตามอย่างผู้ใหญ่ย่อมปลอดภัย
  93. เด็ดบัวไม่ไว้ใย
    หมายถึง ตัดขาด,ตัดญาติขาดมิตรกันเด็ดขาด,มักใช้คู่กับเด็ดดอกไม่ไว้ขั้วเด็ดบัวไม่ไว้ใย
  94. เป่าปี่ให้ควายฟัง
    หมายถึง การพูดจาแนะนำสั่งสอนให้คนโง่เง่าฟังเพื่อหวังให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเขาเองแต่กลับไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยเพราะคนโง่ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกับคนเป่าปี่ให้ควายฟังควายฟังไม่รู้เรื่อง
  95. เพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก
    หมายถึง เพื่อนกินเพื่อนเที่ยวหาง่าย แต่เพื่อนที่คอยช่วยเหลือยามลำบากนั้นหายาก
  96. เลือกที่รักมักที่ชัง
    หมายถึง ลำเอียง, ไม่เป็นกลาง, เลือกปฏิบัติ
  97. เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
    หมายถึง การให้อภัย คือการยุติความบาดหมางทั้งปวง ไม่จองเวรจองกรรมกัน เวรกรรมก็จะไม่เกิดขึ้นใหม่
  98. เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
    หมายถึง คนมีอำนาจ บารมี อิทธิพลพอ ๆ กัน ย่อมอยู่ร่วมกันไม่ได้ ตัวอย่างเช่น เขาทั้งสองเป็นคนเก่งและมีความสามารถเท่า ๆ กันมักเกิดปัญหาเพราะความไม่ยอมกันเหมือนเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
  99. เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
    หมายถึง เห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
  100. เอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม
    หมายถึง เอาลูกของคนอื่นมาเลี้ยงเป็นลูกเป็นภาระรับผิดชอบที่หวังผลตอบแทนแน่นอนไม่ได้
  101. แมวนอนหวด
    หมายถึง ทำทีว่าเป็นคนซื่อ แต่พอเผลอก็ออกลวดลายทันที เช่นเดียวกับแมวที่นอนบิดขี้เกียจ ไม่ลืมหูลืมตาอยู่ใกล้ ๆ หวดนึ่งข้าวข้าง ๆ เตาไฟที่มีปลาย่างวางอยู่พอคนเผลอมันก็ลุกขึ้นคาบ เอาปลาไปทันที
  102. แม่สื่อแม่ชักไม่ได้เจ้าตัวเอาวัวพันหลัก
    หมายถึง หญิงที่ไปติดต่อระหว่างชายหญิงแต่ไม่สำเร็จในที่สุดก็ตกเป็นภรรยาของชายนั้นแทน
  103. ใจดีผีเข้า
    หมายถึง คนใจดีเป็นคนดีเกินไปมักถูกรังแก
  104. ใจเขาใจเรา
    หมายถึง การที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หากคิดที่จะทำอะไรสักอย่างกับผู้อื่น ให้นึกถึงความรู้สึกของเขา ถ้าเราเป็นเขาจะรู้สึกอย่างไร
  105. ในน้ำมีปลาในนามีข้าว
    หมายถึง ดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ผู้คนไม่อดอยากปากแห้ง โดยเทียบได้กับในแหล่งน้ำทุกที่มีปลาให้จับเป็นอาหารและในนาก็มีข้าวอุดมสมบูรณ์
  106. ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง
    หมายถึง ความสวยงามเกิดขึ้นได้จากการปรุงแต่ง
  107. ไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่
    หมายถึง ต่างฝ่ายต่างรู้ความลับของกันและกัน
  108. ไปลามาไหว้
    หมายถึง มารยาทไทย ที่เป็นวัฒนธรรมในการทักทาย เวลาพบปะกันหรือลาจากกัน

รู้หรือไม่?

  1. คำพังเพย คืออะไร?

    คำพูดที่พูดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะสอนอะไร แต่เป็นการพูดเชิงเปรียบเทียบว่าสถานการณ์นั้นเป็นอย่างไรมากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่คำพังเพยล้วนแล้วมักจะแฝงแง่คิดที่สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเราได้

  2. คำพังเพย มาจากไหน

    มาจากภาษาจีน จีนกลางออกเสียงว่า ผัง-ผี้ แต้จิ๋วออกเสียงว่า ผั่ง-โพย แปลว่า หมายเหตุหรือคำวิจารณ์ที่เขียนอธิบายไว้ข้าง ๆ ข้อความหลัก